hearingcareth hearingcareth ฟังอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกและหูฟัง รอสัญญาณไฟบนถนนสายหลักในกรุงเทพฯ

กฎ 60% และวิธีฟังเพลงอย่างปลอดภัย

ระดับความดังที่ตั้งไว้และระยะเวลาที่ฟัง คือสองปัจจัยที่กำหนดว่าการได้ยินของคุณรับภาระมากแค่ไหนในแต่ละวัน

60% เป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมาย

หากคุณใช้หูฟังทุกวันระหว่างเดินทางหรือทำงาน ระดับความดังที่ตั้งไว้และระยะเวลาที่ฟังเป็นสองปัจจัยที่กำหนดว่าการได้ยินของคุณรับภาระมากแค่ไหน หน้านี้อธิบายหลักการที่พบซ้ำในคู่มือความปลอดภัยด้านการฟัง และวิธีนำไปใช้กับสมาร์ตโฟนและหูฟังส่วนตัวที่คุณมีอยู่แล้ว

ตัวเลข 60% ไม่ใช่ค่าที่แม่นยำสำหรับทุกคน แต่เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้เห็นภาพว่าการเปิดเกือบสุดทุกวันไม่ใช่เรื่องปกติ สิ่งที่ต้องเข้าใจคือมันเป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องเปิดให้ถึง

มือกำลังปรับปุ่มระดับเสียงบนเครื่องเล่นเพลงส่วนตัวในที่ร่ม

ตั้งระดับต่ำลงหนึ่งขั้นก่อน แล้วฟังสักสองสามนาที หูจะปรับตัวและรู้สึกว่าดังพอเหมือนเดิม

หลัก 60% มาจากไหน

คู่มือความปลอดภัยด้านการฟังขององค์การอนามัยโลกอธิบายอุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนและเครื่องเล่นเพลงที่ฟังผ่านหูฟังว่าเป็นระบบเสียงส่วนตัว และแนะนำการฟังที่ระดับต่ำกว่า 60% ของระดับสูงสุดของอุปกรณ์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าที่แม่นยำสำหรับทุกคน แต่เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้เห็นภาพว่าการเปิดเกือบสุดทุกวันไม่ใช่เรื่องปกติ

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ 60% เป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องเปิดให้ถึง เมื่อเทียบกับการเปิดเต็มที่ทุกวัน การค้างไว้ที่ระดับต่ำกว่า 60% เป็นการเผื่อพื้นที่ให้หูได้พักระหว่างเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาเอง เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศหรือเสียงรถ

ผู้โดยสารสวมหูฟังบนชานชาลารถไฟฟ้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน
เงาฝูงชนที่ยืนหน้าเวทีคอนเสิร์ตกลางแจ้งในเวลากลางคืน
เครื่องตัดหญ้ากำลังตัดหญ้าในสวนที่ร่มเงาในช่วงบ่าย

สามภาพนี้คือที่ที่เร่งความดังขึ้นโดยไม่รู้ตัวมากที่สุด คือระหว่างเดินทาง ระหว่างคอนเสิร์ต และตอนทำงานบ้านในสวน

ความดัง บวกเวลา คือภาระ

ทำไมระยะเวลาถึงสำคัญเท่าระดับความดัง

เอกสารความปลอดภัยการได้ยินเชื่อมโยงการฟังเสียงดังต่อเนื่องกับความเสี่ยงต่อการได้ยินลดลงและเสียงในหู การเปิดเพลงที่ระดับ 70% สองชั่วโมงอาจใช้พลังงานการได้ยินมากกว่าการเปิดที่ระดับ 50% สิบห้านาที เพราะสิ่งที่ทำอันตรายคือผลรวมของระดับความดังและระยะเวลา ไม่ใช่ค่าสูงสุดที่เคยเปิด

นี่คือเหตุผลที่การพักหูเป็นช่วง ๆ มีความสำคัญพอ ๆ กับการลดความดังลง ลดความดังอย่างเดียวแต่ฟังต่อเนื่องทั้งวัน ยังคงสะสมภาระไว้เหมือนเดิม

60%

ระดับตั้งต้นที่คู่มือความปลอดภัยด้านการฟังแนะนำให้อยู่ต่ำกว่า

5 นาที

ช่วงพักสั้นที่ทำได้จริงทุกชั่วโมง โดยถอดหูฟังออกและอยู่ในที่เงียบกว่า

ตั้งระดับความดังในสมาร์ตโฟนอย่างไร

สมาร์ตโฟนและแอปเพลงส่วนใหญ่มีแถบแสดงระดับเสียง และบางรุ่นมีการแจ้งเตือนเมื่อฟังดังเกินเป็นเวลานาน ใช้แถบนั้นเป็นเครื่องมือของคุณ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่มองผ่าน

มือถือสมาร์ตโฟนที่กำลังเปิดเพลงพร้อมหูฟังในที่ร่มบันได

ฟังให้ยังได้ยินรอบตัว

เปิดเพลงในระดับที่ยังได้ยินเสียงรอบข้าง เช่น เสียงประกาศสถานีหรือเสียงรถ หากคุณเปิดดังจนปิดกั้นเสียงแวดล้อมทั้งหมด ให้ลดลงหนึ่งถึงสองขั้นแล้วฟังสักสองสามนาที หูจะปรับตัวและรู้สึกว่าดังพอเหมือนเดิม

ใช้แถบระดับเสียง

มองแถบก่อนกดเพิ่มทุกครั้ง ระดับที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานอาจดังเกินกว่าที่คุณต้องการในวันนี้

รับการแจ้งเตือนไว้

หากเครื่องมีคำเตือนเมื่อฟังดังนานต่อเนื่อง อย่าปิดมันทิ้ง ให้ใช้เป็นจังหวะหยุดพัก

เลือกหูฟังแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน

แบบครอบหู (over-ear) และแบบใส่ในหู (in-ear) ให้ผลต่างกันในแง่การปิดกั้นเสียงจากภายนอก เอกสารความปลอดภัยด้านการฟังแนะนำให้เลือกใช้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่ใช้แบบเดียวกับทุกที่

หูฟังตัดเสียงรบกวน

หูฟังตัดเสียงรบกวนมีประโยชน์ตรงที่ลดเสียงพื้นหลัง ทำให้ไม่ต้องเร่งความดังเพื่อกลบเสียงรถหรือเสียงเครื่องปรับอากาศ บทความสุขภาพเชิงป้องกันในไทยที่พูดถึงการดูแลการได้ยินแนะนำให้ใช้หูฟังชนิดนี้เมื่อต้องฟังในที่ที่มีเสียงรบกวนสูง

อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนแล้วยังเปิดดังจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง นั่นแปลว่าคุณใช้มันผิดวัตถุประสงค์

หูฟังแบบครอบหูวางคู่กับที่อุดหูบนโต๊ะไม้ในห้องที่แสงสลัว

แบบปิดสนิท

ช่วยให้เปิดเพลงเบาลงได้ในที่ที่มีเสียงรบกวน เหมาะกับการนั่งทำงานหรือเดินทางในเส้นทางที่เสียงดังสม่ำเสมอ

แบบเปิด

เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องได้ยินเสียงรอบข้าง เช่น การเดินหรือปั่นจักรยาน เพราะคุณยังได้ยินรถและคนอื่นก่อนที่พวกเขาจะมาถึงตัว

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหูฟังที่มีอยู่เหมาะกับเส้นทางและกิจกรรมของคุณหรือไม่ ดูการเทียบแบบจับคู่สถานการณ์ได้ที่หน้าหูฟังและที่อุดหู

โต๊ะทำงานในโรงรถที่ร่มเงา มีเครื่องตัดหญ้าและสว่านไฟฟ้าวางอยู่

วิธีพักหูที่ทำได้จริงระหว่างวัน

การพักหูไม่ใช่การเปลี่ยนไปฟังเพลงเบา ๆ แต่คือการถอดหูฟังออกและอยู่ในบริเวณที่เงียบกว่า ลองกำหนดช่วงพักสั้น ๆ เช่น ทุกหนึ่งชั่วโมงถอดออกห้านาที หรือระหว่างรอรถให้เก็บหูฟังเข้ากระเป๋า

ฟังพอดแคสต์และหนังสือเสียงให้ปลอดภัยขึ้น

พอดแคสต์และหนังสือเสียงมักฟังต่อเนื่องเป็นชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ทำให้เสี่ยงกว่าการฟังเพลงสั้น ๆ เพราะไม่มีจังหวะให้หูได้พัก ลองแบ่งการฟังเป็นช่วง หรือตั้งเวลาหยุดในแอปเพื่อเตือนให้ถอดหูฟัง

นอกจากนี้การฟังในที่ที่เสียงรบกวนสูง เช่น บนรถไฟฟ้าหรือในร้านกาแฟ จะทำให้เราปรับความดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว การรู้ตัวตรงนี้สำคัญกว่าการจำตัวเลข

  • ตั้งเวลาหยุดในแอป

    ให้แอปเตือนเมื่อฟังต่อเนื่องนานเกินช่วงที่คุณตั้งไว้

  • แบ่งตอนฟังเป็นช่วง

    หยุดพักระหว่างตอน ไม่ปล่อยให้ต่อเนื่องข้ามชั่วโมง

  • เช็กระดับก่อนออกจากบ้าน

    เพราะเสียงแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจะพาความดังของคุณขึ้นเอง

สัญญาณที่บอกว่าคุณดังเกินไป

หูอื้อหลังถอดหูฟัง รู้สึกว่าเสียงรอบตัวเบาลงกว่าปกติ หรือมีเสียงวิ้งในหูช่วงสั้น ๆ เป็นสัญญาณที่ควรจับตามอง หากเกิดขึ้นบ่อยหรือไม่หายไปในหนึ่งถึงสองวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน

แนวทางจากภาควิชาโสต ศอ นาสิก ของมหาวิทยาลัยในไทยระบุให้ใส่ใจอาการอย่างการได้ยินลดลงและเสียงรบกวนในหู

มือกำไว้หลังหูขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องที่เงียบ

หูอื้อหลังถอดหูฟัง

ถ้าต้องรอสักครู่กว่าเสียงจะกลับมาเป็นปกติ ให้ถือเป็นสัญญาณให้ลดความดังลง

เสียงรอบตัวเบาลง

รู้สึกว่าห้องที่เคยมีเสียงปกติกลับเงียบกว่าที่เคย

เสียงวิ้งในหูช่วงสั้น ๆ

เกิดขึ้นบ่อยหรือค้างนานกว่าเดิม ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินช่วยประเมิน

ปรับเป็นนิสัยในหนึ่งสัปดาห์

เริ่มจากตั้งระดับความดังต่ำลงหนึ่งขั้นในวันนี้ แล้วสังเกตว่าคุณชินกับมันภายในไม่กี่วัน จากนั้นเพิ่มการพักหูเป็นช่วง ๆ และลองดูว่าหูฟังที่คุณมีอยู่เหมาะกับสถานการณ์ที่ใช้จริงหรือไม่

การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่องมีผลมากกว่าการตั้งเป้าหมายใหญ่แล้วเลิกกลางทาง

ทำสามอย่างนี้ให้ครบก่อนสิ้นสัปดาห์

  • ลดระดับความดังลงหนึ่งขั้น แล้วอยู่กับมันอย่างน้อยสามวัน
  • ตั้งช่วงพักหูห้านาทีทุกชั่วโมงที่ฟังต่อเนื่อง
  • ลองดูว่าหูฟังที่ใช้อยู่เหมาะกับเส้นทางและกิจกรรมจริงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎ 60%

เปิดเสียงในมือถือเกิน 60% บ่อย ๆ เสี่ยงอะไรบ้าง

การฟังดังต่อเนื่องเป็นประจำเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการได้ยินลดลงและเสียงในหู ผลรวมของระดับความดังและระยะเวลาเป็นสิ่งที่กำหนดภาระที่หูต้องรับ ไม่ใช่ค่าสูงสุดที่เคยเปิดครั้งเดียว

ใช้หูฟังนานเท่าไรถึงควรพักหู

ให้พักเป็นช่วงสั้น ๆ เช่น ทุกหนึ่งชั่วโมงถอดออกห้านาที หรือระหว่างรอรถเก็บหูฟังเข้ากระเป๋า การพักช่วยให้ระบบการได้ยินผ่อนคลายก่อนกลับไปเจอเสียงอีกครั้ง

หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยได้จริงไหม

ช่วยในแง่ที่ลดเสียงพื้นหลัง ทำให้ไม่ต้องเปิดเพลงดังเพื่อกลบเสียงรอบตัว บทความสุขภาพเชิงป้องกันในไทยแนะนำให้ใช้เมื่อต้องฟังในที่ที่มีเสียงรบกวนสูง

ในที่ทำงานที่มีเสียงดังควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มจากจัดช่วงพักให้หูได้ออกจากบริเวณเสียงดัง และเลือกอุปกรณ์ป้องกันที่พอดีกับการใช้งานจริง ดูแนวทางแบบละเอียดได้ที่หน้าสียงในที่ทำงานและกิจกรรมที่มีเสียงดัง