hearingcareth hearingcareth ฟังอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ผู้ใช้รถจักรยานยนต์รอไฟแดงบนถนนในกรุงเทพฯ โดยสวมหูฟังในหู

hearingcareth

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการดูแลการได้ยิน

รวมคำถามที่ผู้อ่านถามบ่อยเรื่องการป้องกันการได้ยินลดลงในชีวิตประจำวัน ทั้งระดับความดัง การพักหู การเลือกที่อุดหู และสัญญาณที่ควรสังเกต

หกเรื่องที่คนถามเข้ามามากที่สุด

เลือกหัวข้อที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ แต่ละคำตอบสรุปสั้น ๆ ว่าเริ่มจากตรงไหน และมีหน้าละเอียดให้อ่านต่อเมื่อต้องการข้อมูลมากกว่านี้ คำตอบด้านล่างเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

มือถือสมาร์ตโฟนในที่ร่ม มือหนึ่งกำลังกดปุ่มเพิ่มเสียง ขณะที่อีกมือกำลังใส่หูฟังในหู

เรื่องระดับความดังและการฟัง

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือควรฟังเสียงดังแค่ไหนถึงจะปลอดภัยขึ้น คำตอบคือไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกคน แต่หลักที่พบซ้ำในคู่มือความปลอดภัยด้านการฟังคือ การฟังผ่านหูฟังส่วนตัวที่ระดับไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุดของอุปกรณ์ และพักเป็นช่วง ๆ หากเปิดดังจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย แปลว่าดังเกินไปแล้ว

การปรับลงหนึ่งขั้นจากที่เคยตั้งไว้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ทันที ไม่ต้องรอซื้ออุปกรณ์ใหม่ และทำได้ทั้งบนรถเมล์ รถไฟฟ้า และขณะเดินบนทางเท้า หากต้องการอ่านหลักการเต็มพร้อมตัวอย่างการนับเวลาพัก อ่านต่อได้ในหน้าหลักการฟังอย่างปลอดภัย

อ่านหลักการฟังอย่างปลอดภัย

60%

ระดับสูงสุดของอุปกรณ์คือเพดานที่ควรตั้งไว้ ไม่ใช่เป้าที่ต้องไปให้ถึง ถ้าตั้งไว้ต่ำกว่านี้แล้วยังได้ยินเพลงครบทุกชิ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม

สัญญาณง่าย ๆ ว่าดังเกินไปแล้ว คือคุณไม่ได้ยินเสียงรถ เสียงคนเดินผ่าน หรือเสียงเรียกจากคนข้าง ๆ ขณะที่หูฟังยังเปิดอยู่ ลดลงหนึ่งขั้นทันทีเมื่อเจออาการนี้

เรื่องการพักหู

หลายคนถามว่าใช้หูฟังนานเท่าไรถึงควรพัก คำตอบคือให้ใช้การพักเป็นช่วงสั้น ๆ เช่น ทุกหนึ่งชั่วโมงถอดออกห้านาที มากกว่าการเปิดค้างไว้ตลอดเส้นทาง การพักหูไม่ใช่การเปลี่ยนไปฟังเพลงเบา ๆ แต่คือการถอดหูฟังออกและอยู่ในบริเวณที่เงียบกว่า เพราะสิ่งที่ทำอันตรายคือผลรวมของระดับความดังและระยะเวลา

ม้านั่งข้างทางในซอยเงียบ หูฟังวางอยู่บนที่นั่ง และเงาในช่วงบ่ายทอดยาวบนพื้น

5 นาที

ถอดหูฟังออกห้านาทีทุกชั่วโมงที่ฟังต่อเนื่อง การพักสั้น ๆ ที่ทำสม่ำเสมอช่วยได้มากกว่าการฟังยาวแล้วพักครั้งใหญ่ตอนถึงบ้าน

ช่วงพักควรอยู่ในบริเวณที่เงียบกว่าเดิมจริง ๆ ถ้ายังอยู่ในรถเมล์ที่คนคุยกันเสียงดัง ให้ปิดหูฟังไว้ก่อนแล้วค่อยเปิดใหม่เมื่อลงจากรถ

เรื่องหูฟังและที่อุดหู

คำถามยอดนิยมคือที่อุดหูแบบไหนเหมาะกับงานคอนเสิร์ต คำตอบสั้น ๆ คือขึ้นกับว่าคุณต้องการลดเสียงมากแค่ไหนและใส่ซ้ำบ่อยแค่ไหน ตารางเทียบด้านล่างสรุปข้อดีข้อจำกัดของแต่ละแบบตามการใช้งานจริง

ใช้กับคอนเสิร์ตและงานที่มีเสียงดังมาก

ที่อุดหูแบบโฟม

  • ลดเสียงได้มากในราคาที่จับต้องได้ เหมาะกับงานคอนเสิร์ต งานเทศกาล และการยืนใกล้ลำโพง
  • พกพาง่าย ใส่กระเป๋าเสื้อได้ ไม่ต้องดูแลมาก
  • ต้องม้วนให้ถูกวิธีจึงจะปิดสนิท ถ้าใส่ไม่แน่นจะลดเสียงได้น้อยกว่าที่คิด

ใช้ซ้ำเป็นประจำ

แบบซิลิโคนหรือสั่งทำตามรูปหู

  • ใส่ถอดง่ายกว่าและเหมาะกับการใช้ซ้ำหลายครั้ง
  • แบบสั่งทำตามรูปหูช่วยให้ใส่ได้แน่นพอดีกับสรีระของแต่ละคน
  • ต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอ และควรเปลี่ยนเมื่อยางเริ่มแข็งหรือแตก

เอกสารความปลอดภัยการฟังขององค์การอนามัยโลกแนะนำที่อุดหูสำหรับสถานที่ดังโดยตรง ส่วนหูฟังตัดเสียงรบกวนมีประโยชน์ตรงที่ลดเสียงพื้นหลัง ทำให้ไม่ต้องเปิดเพลงดังเพื่อกลบเสียงรอบตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนมักเร่งเสียงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

ถ้าต้องเลือกแบบเดียวสำหรับทั้งการเดินทางและงานคอนเสิร์ต หลายคนใช้โฟมสำหรับคอนเสิร์ตและเก็บแบบซิลิโคนไว้ใส่เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง วิธีนี้ทำให้มีตัวเลือกที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์โดยไม่ต้องซื้อหลายอย่างพร้อมกัน

เรื่องสัญญาณที่ควรสังเกต

หูอื้อ

คำถามที่พบบ่อยคือถ้ามีเสียงวิ้งในหูหลังอยู่ในที่เสียงดังควรสังเกตอะไร คำตอบคือสังเกตว่าอาการหายไปภายในหนึ่งถึงสองวันหรือไม่ หากเกิดซ้ำหรือไม่หาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน

  • หายภายในหนึ่งถึงสองวัน

    เป็นรูปแบบที่พบได้หลังออกจากงานคอนเสิร์ตหรือร้านที่มีเสียงดัง พักหูให้มากกว่าปกติและหลีกเลี่ยงการใส่หูฟังในวันถัดไป

  • เกิดซ้ำหลายครั้งในเดือนเดียว

    อาการที่กลับมาเรื่อย ๆ บอกว่าสภาพแวดล้อมที่คุณเข้าไปดังเกินระดับที่หูรับได้เป็นประจำ ควรทบทวนว่าจุดไหนในสัปดาห์ที่เสียงดังที่สุด

  • ได้ยินลดลงแม้อาการวิ้งจะหายแล้ว

    ถ้าต้องเพิ่มเสียงโทรทัศน์หรือถามให้คนพูดซ้ำบ่อยขึ้นหลังอยู่ในที่เสียงดัง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินเพื่อประเมิน

อ่านสัญญาณเริ่มต้นที่ควรสังเกต
ม้านั่งทำงานในโรงงานช่วงเช้า มีที่ครอบหูและที่อุดหูแบบโฟมวางอยู่ข้างสว่านไฟฟ้า

สิ่งที่ควรมีติดไว้ก่อนเข้าไปในพื้นที่เสียงดัง

ที่อุดหูหรือที่ครอบหูที่พอดี วางไว้ในที่ที่หยิบได้ทันที ไม่ใช่เก็บไว้ในล็อกเกอร์อีกอาคาร และกำหนดช่วงพักให้ห่างจากแหล่งเสียงเป็นระยะ

เรื่องเสียงในที่ทำงาน

คำถามจากคนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมเสียงดังคือต้องป้องกันหูอย่างไร คำตอบคือใช้ที่อุดหูหรือที่ครอบหูตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่เสียงดัง และจัดช่วงพักให้ห่างจากแหล่งเสียงเป็นระยะ การพักหูเป็นช่วงสำคัญพอ ๆ กับการลดความดัง แนวทางจากแหล่งวิชาการไทยระบุให้หลีกเลี่ยงเสียงดังและใช้เครื่องป้องกันเสียงในที่ทำงานที่มีความเสี่ยง

ถ้าทำงานกับเครื่องจักรต่อเนื่องหลายชั่วโมง ให้สลับงานที่ต้องอยู่ใกล้เครื่องกับงานที่อยู่ห่างออกไปเมื่อทำได้ และบอกหัวหน้างานเมื่อพบว่าเครื่องส่งเสียงดังผิดปกติ เพราะเสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ มักเป็นสัญญาณของอุปกรณ์ที่ต้องตรวจ

อ่านเรื่องเสียงในที่ทำงานและกิจกรรมที่มีเสียงดัง

เรื่องพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

คำถามในกลุ่มนี้มาจากนิสัยที่ทำซ้ำทุกวันมากกว่าจากเหตุการณ์ครั้งเดียว เปิดอ่านข้อที่ตรงกับสิ่งที่คุณทำบ่อยที่สุดก่อน

เปิดเสียงในมือถือเกิน 60% บ่อย ๆ เสี่ยงอะไรบ้าง

การฟังดังต่อเนื่องเป็นประจำเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการได้ยินลดลงและเสียงในหู ความเสี่ยงนี้สะสมจากทั้งระดับความดังและเวลาที่ฟังรวมกันในแต่ละวัน ถ้าลดระดับลงหนึ่งขั้นและพักเป็นช่วง ๆ จะช่วยลดปริมาณรวมที่หูต้องรับในแต่ละวันได้ทันที

การดูแลสุขภาพประจำวันเกี่ยวกับการได้ยินอย่างไร

แนวทางจากมหาวิทยาลัยไทยเชื่อมโยงว่าการดูแลอาการประจำตัวอย่างสม่ำเสมอมีผลต่อการได้ยิน เพราะหลายอาการที่ปล่อยไว้เรื้อรังส่งผลต่อระบบไหลเวียนและเส้นประสาท หากมีอาการต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตามรอบที่นัดไว้

สวมหมวกกันน็อกช่วยเรื่องการได้ยินได้จริงหรือ

คำแนะนำจากสถาบันการศึกษาไทยระบุให้สวมหมวกกันน็อกเพื่อลดการกระทบกระเทือนศีรษะ เพราะแรงกระแทกที่ศีรษะส่งผลถึงระบบการได้ยินได้ ชุดคำแนะนำเดียวกันยังระบุว่าไม่ควรแคะหู เพราะการแคะทำร้ายผิวช่องหูและดันขี้หูเข้าไปลึกกว่าเดิม

หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยได้ตรงไหน

จุดที่ช่วยได้คือลดเสียงพื้นหลังลง ทำให้ไม่ต้องเปิดเพลงดังเพื่อกลบเสียงรอบตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนมักเร่งเสียงขึ้นเรื่อย ๆ บนรถเมล์หรือในรถไฟฟ้าที่มีเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงคนคุยกันตลอดทาง

ควรเริ่มเปลี่ยนนิสัยจากข้อไหนก่อน

เริ่มจากข้อที่ทำทุกวันอยู่แล้ว เช่น ระดับเสียงในหูฟังตอนเดินทาง เพราะปรับครั้งเดียวแล้วได้ผลทุกวัน จากนั้นค่อยเพิ่มการพักหูเป็นช่วง ๆ เมื่อชินกับระดับใหม่แล้วจะรู้สึกได้เองว่าไม่ต้องเปิดดังเท่าเดิม

ส่งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

หากคำถามของคุณยังไม่ปรากฏในหน้านี้ ส่งมาได้ผ่านแบบฟอร์มในหน้าติดต่อเรา เราอ่านทุกข้อความและจะนำคำถามที่พบบ่อยไปเพิ่มในหน้านี้เพื่อให้ผู้อ่านคนอื่นได้ประโยชน์เช่นกัน

ที่อยู่
45/2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทรศัพท์
+66 2 748 1234
อีเมล
[email protected]
เวลาทำการ
จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 น.