hearingcareth
ลดเสียงในชีวิตประจำวันก่อนการได้ยินลดลง
เสียงที่สะสมทุกวันมาจากหูฟัง เครื่องจักร และงานคอนเสิร์ต มากกว่าที่เราคิด
สะสม
คำเดียวที่อธิบายการได้ยินลดลงได้ดีที่สุด คือการสะสมของระดับความดังและเวลาที่เราอยู่กับมัน
คนส่วนใหญ่ไม่ได้สังเกตว่าการได้ยินลดลงเริ่มจากการสะสมของเสียงในแต่ละวัน ทั้งการเปิดเพลงดังในหูฟังระหว่างเดินทาง เครื่องจักรในที่ทำงาน หรืองานคอนเสิร์ตที่ยืนใกล้ลำโพงเกินไป สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำจนกลายเป็นเรื่องปกติ และนั่นคือจุดที่การป้องกันเริ่มยากขึ้น
ศูนย์ความรู้นี้รวบรวมแนวทางที่ทำได้จริงสำหรับคนในประเทศไทย ตั้งแต่การตั้งระดับความดังในสมาร์ตโฟน การเลือกที่อุดหูให้ตรงกับสถานการณ์ ไปจนถึงการรู้จักสัญญาณเตือนอย่างหูอื้อ เพื่อให้คุณปรับพฤติกรรมได้ก่อนที่ปัญหาจะชัดเจนขึ้น
เริ่มจากเข้าใจว่าระดับความดังสะสมอย่างไร
เสียงไม่ได้ทำอันตรายเฉพาะตอนที่ดังจนเจ็บหู แต่เกิดจากการสะสมของระยะเวลาและระดับความดังรวมกัน ฟังเพลงดังต่อเนื่องสองชั่วโมงบนรถไฟฟ้าขบวนที่เสียงรบกวนสูง อาจใช้พลังงานการได้ยินมากกว่าการอยู่ในห้องเงียบทั้งวัน เอกสารความปลอดภัยด้านการฟังขององค์การอนามัยโลกจึงเน้นการพักหูเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่แค่ลดความดังลงครั้งเดียว สิ่งที่ต้องจำคือ ระดับความดังที่ปลอดภัยขึ้นกับว่าเราอยู่กับเสียงนั้นนานแค่ไหน
สองชั่วโมง
การฟังเพลงดังต่อเนื่องสองชั่วโมงระหว่างเดินทาง เป็นการสะสมที่คนส่วนใหญ่ไม่นับว่าเป็นการสัมผัสเสียงหนัก
หนึ่งบ่าย
งานบ้านอย่างการตัดหญ้าใช้เวลานานพอที่ระดับความดังจะกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดถึง
ตลอดกะ
ในพื้นที่ทำงานที่มีเครื่องจักร เสียงจะอยู่กับเราต่อเนื่องทั้งกะโดยไม่มีช่วงเงียบ
กฎ 60% คือจุดตั้งต้นที่ใช้ได้ทุกวัน
60%
ระดับที่ยังได้ยินโลกรอบตัว
หลักการที่พูดถึงบ่อยในคู่มือความปลอดภัยด้านการฟังคือ การฟังผ่านหูฟังส่วนตัวที่ระดับไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุดของอุปกรณ์ และพักเป็นระยะ ไม่ใช่เปิดค้างไว้ตลอดเส้นทาง สมาร์ตโฟนและแอปเพลงส่วนใหญ่มีแถบแสดงระดับเสียงที่ตั้งไว้ หากไม่มี ก็ใช้วิธีเปิดในระดับที่ยังได้ยินเสียงรอบข้าง เช่น เสียงรถหรือเสียงประกาศสถานี การได้ยินเสียงแวดล้อมยังเป็นสัญญาณว่าคุณไม่ได้ดังเกินไปจนปิดกั้นทุกอย่าง
พักหูทุกชั่วโมง
ถอดหูฟังออกห้านาทีทุกหนึ่งชั่วโมง แล้วให้หูได้ยินเสียงรอบข้างตามปกติ
อ่านหลักการฟังอย่างปลอดภัยหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยลดความดังที่ต้องเปิด
หูฟังตัดเสียงรบกวน (noise cancelling) มีประโยชน์ตรงที่ลดเสียงพื้นหลังรอบตัว ทำให้เราไม่ต้องเร่งความดังเพื่อกลบเสียงรถหรือเสียงเครื่องปรับอากาศ บทความด้านสุขภาพในไทยที่พูดถึงการดูแลการได้ยินมักแนะนำให้ใช้หูฟังชนิดนี้เมื่อต้องฟังในที่ที่มีเสียงรบกวนสูง เพราะช่วยลดความจำเป็นในการเปิดเพลงดังเกินไป แต่ถ้าคุณเปิดดังจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย นั่นแปลว่าคุณใช้มันผิดวัตถุประสงค์
ลดเสียงพื้นหลังก่อน
เมื่อเสียงรถและเสียงเครื่องปรับอากาศถูกลดลงจากตัวหูฟังเอง ระดับเพลงที่ต้องเปิดก็ลดตามไปด้วย
ปิดกั้นเฉพาะที่จำเป็น
ที่อุดหูใช้เมื่ออยู่ในที่ที่คุณคุมระดับเสียงไม่ได้ เช่น งานคอนเสิร์ตหรือสนามกีฬา
เปรียบเทียบหูฟังและที่อุดหู
สี่คำที่ครอบคลุมวิธีป้องกันการเสื่อมของหู
ลดความดัง
พักเป็นช่วง
ถอยห่างลำโพง
ใส่ที่อุดหู
สี่อย่างนี้ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ที่คุณคุมระดับเสียงไม่ได้ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด และไม่ต้องหลีกเลี่ยงเสียงทุกชนิดในชีวิต
ระยะห่างจากลำโพงคือการป้องกันที่คนมักมองข้าม
ในงานอีเวนต์หรือสถานที่สาธารณะที่ใช้ลำโพงขยายเสียง ระดับความเข้มของเสียงจะลดลงตามระยะห่าง การขยับออกจากจุดหน้าเวทีหรือหลบไปยืนด้านข้างช่วยลดการสัมผัสเสียงได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออะไร แนวทางจากแหล่งวิชาการไทยก็แนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งเสียงดังเป็นเวลานาน การเลือกจุดยืนที่ห่างขึ้นเป็นวิธีที่ทำได้ทันทีในงานที่คุณไปอยู่แล้ว
ใส่ที่อุดหูให้ถูกวิธีจึงจะได้ผล
การอุดหูที่ไม่ได้ใส่ลึกพอหรือเลือกขนาดไม่พอดี จะลดเสียงได้น้อยกว่าที่ควร ที่อุดหูแบบโฟมต้องบีบให้เล็กก่อนสอดเข้าไปในรูหูแล้วรอให้มันขยายตัว ส่วนแบบซิลิโคนหรือแบบที่ทำตามรูปหูจะใส่ถอดง่ายกว่าและเหมาะกับการใช้งานซ้ำ เอกสารความปลอดภัยการฟังขององค์การอนามัยโลกแนะนำที่อุดหูสำหรับสถานที่ดังโดยตรง การลองใส่ก่อนไปงานจริงจะช่วยให้รู้ว่าคุณใส่ได้ถูกหรือไม่
พักหูคือการพักที่ได้ผลจริง
การพักหูไม่ใช่การเปลี่ยนไปฟังเพลงเบา ๆ แต่คือการออกจากเสียงดังชั่วคราว เช่น ออกไปพักสิบห้านาทีในบริเวณที่เงียบกว่า หรือถอดหูฟังระหว่างรอรถ วิธีนี้ช่วยให้ระบบการได้ยินได้ผ่อนคลายก่อนกลับไปเจอเสียงอีกครั้ง แนวทางที่พบซ้ำในคู่มือหลายฉบับคือ การพักเป็นช่วงสำคัญพอ ๆ กับการลดความดัง และในสถานที่ทำงานที่มีเครื่องจักรเสียงดัง การจัดช่วงพักให้ห่างจากแหล่งเสียงเป็นสิ่งที่ทำได้จริง
รู้จักสัญญาณเริ่มต้นก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องถาวร
หูอื้อหลังออกจากงานเสียงดัง หรือรู้สึกว่าเสียงรอบตัวเบาลงกว่าปกติ เป็นสัญญาณที่ควรจับตามอง ไม่ใช่ปล่อยผ่าน เพราะมันบอกว่าระบบการได้ยินเพิ่งเจอภาระหนัก แนวทางจากภาควิชาโสต ศอ นาสิก ของมหาวิทยาลัยในไทยระบุอาการเตือนที่ควรใส่ใจ เช่น การได้ยินลดลง เสียงรบกวนในหู หรือหูมีหนอง หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำหรือไม่หายไปในหนึ่งถึงสองวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน ไม่ใช่รอให้ชัดขึ้น
หูอื้อ
หลังออกจากงานเสียงดัง ถ้าอาการไม่หายภายในหนึ่งถึงสองวัน ควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน
เสียงรบกวนในหู
เสียงวิ้งหรือเสียงในหูที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีแหล่งกำเนิด เป็นสัญญาณที่ควรจับตามอง
ได้ยินลดลง
รู้สึกว่าเสียงรอบตัวเบาลงกว่าปกติ หรือต้องเพิ่มระดับเสียงทีวีบ่อยขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่ควรใส่ใจ
หลีกเลี่ยงการแคะหู สวมหมวกกันน็อกเมื่อขับขี่ และระวังสิ่งแปลกปลอมเข้าหูในชีวิตประจำวัน
ปรับพฤติกรรมในบ้านและระหว่างเดินทาง
หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเปิดทีวีหรือเครื่องเสียงดังกว่าที่คิด เพราะชินกับระดับเดิม ลองยืนที่ระยะห่างปกติแล้วถามคนในบ้านว่าเสียงดังไปไหม หรือใช้แอปวัดระดับเสียงในมือถือเป็นตัวเทียบคร่าว ๆ การลดความดังลงหนึ่งขั้นจากที่เคยตั้งไว้เป็นนิสัย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ทันทีและเห็นผลในระยะยาว มากกว่าการรอให้มีอาการแล้วค่อยปรับ
งานอดิเรกและกิจกรรมกลางแจ้งก็ต้องคิดถึงหู
การตัดหญ้า ใช้เลื่อยไฟฟ้า ตีปืนลม หรือแม้แต่การแข่งรถ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเสียง แหล่งความรู้ด้านการได้ยินจากมหาวิทยาลัยระบุตรง ๆ ว่าเสียงดังที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเป็นความเสี่ยงที่ชัดเจน การเตรียมที่อุดหูหรือที่ครอบหูไว้ในกล่องเครื่องมือจึงเป็นนิสัยที่ควรสร้างก่อนที่กิจกรรมเหล่านี้จะกลายเป็นงานประจำ
ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำไม่ได้มีไว้แค่คนที่มีปัญหา
บทความสุขภาพเชิงป้องกันในไทยแนะนำให้ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ เพราะการเปลี่ยนแปลงของการได้ยินมักเกิดขึ้นช้าและสังเกตยากด้วยตัวเอง การตรวจช่วยให้รู้ค่าพื้นฐานของตัวเองและเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป แนวทางจากมหาวิทยาลัยไทยยังเชื่อมโยงว่าการดูแลโรคประจำตัวอย่างสม่ำเสมอมีผลต่อการได้ยินด้วย ดังนั้นการดูแลสุขภาพองค์รวมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหู ไม่ใช่เรื่องแยกกัน
คำแนะนำจากสถาบันการศึกษาไทยระบุให้สวมหมวกกันน็อกเพื่อลดการกระทบกระเทือนศีรษะ ซึ่งมีผลต่อการได้ยิน และระบุว่าไม่ควรแคะหู เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บภายใน แนวทางจากภาควิชาโสต ศอ นาสิก ยังเตือนให้ระวังสิ่งแปลกปลอมเข้าหูและยาบางชนิดที่มีผลต่อหู สิ่งเหล่านี้เป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่เมื่อรวมกันแล้วส่งผลต่อสุขภาพการได้ยินในระยะยาว
ดูแนวทางสำหรับที่ทำงานและกิจกรรมเสียงดังคำถามที่ผู้เข้าชมถามบ่อย
ควรฟังเสียงดังแค่ไหนถึงจะปลอดภัยขึ้น
ไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกคน แต่หลักที่พูดถึงบ่อยคือ การฟังผ่านหูฟังส่วนตัวที่ระดับไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุดของอุปกรณ์ และพักเป็นช่วง ๆ หากเปิดดังจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย แปลว่าดังเกินไปแล้ว
ใช้หูฟังนานเท่าไรถึงควรพักหู
ให้ใช้การพักเป็นช่วงสั้น ๆ เช่น ทุกหนึ่งชั่วโมงถอดออกห้านาที มากกว่าการเปิดค้างไว้ตลอดเส้นทาง เพราะสิ่งที่ทำอันตรายคือการสะสมของระดับความดังและระยะเวลารวมกัน
งานคอนเสิร์ตควรเลือกที่อุดหูแบบไหน
แบบโฟมให้การลดเสียงมากและราคาไม่สูง ส่วนแบบซิลิโคนหรือแบบที่ทำตามรูปหูใส่ถอดง่ายกว่าและเหมาะกับการใช้ซ้ำ เอกสารความปลอดภัยการฟังแนะนำที่อุดหูสำหรับสถานที่ดังโดยตรง ลองใส่ก่อนไปงานจริงเพื่อเช็กว่าพอดี
เปิดเสียงในมือถือเกิน 60% บ่อย ๆ เสี่ยงอะไรบ้าง
การฟังดังต่อเนื่องเป็นประจำเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการได้ยินลดลงและเสียงในหู หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้เปิดดังน้อยลงเพราะไม่ต้องกลบเสียงรอบตัว
ถ้ามีเสียงวิ้งในหูหลังอยู่ในที่เสียงดังควรสังเกตอะไร
สังเกตว่าอาการหายไปภายในหนึ่งถึงสองวันหรือไม่ หากเกิดซ้ำหรือไม่หาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน แนวทางจากภาควิชาโสต ศอ นาสิก ระบุให้ใส่ใจอาการอย่างการได้ยินลดลงและเสียงรบกวนในหู
ทำงานที่มีเครื่องจักรเสียงดังต้องป้องกันหูอย่างไร
ใช้ที่อุดหูหรือที่ครอบหูตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่เสียงดัง และจัดช่วงพักให้ห่างจากแหล่งเสียงเป็นระยะ การพักหูเป็นช่วงสำคัญพอ ๆ กับการลดความดัง
เริ่มจากหนึ่งอย่างในสัปดาห์นี้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ตั้งระดับความดังในสมาร์ตโฟนให้ต่ำลงหนึ่งขั้น หรือหาที่อุดหูใส่ติดกระเป๋าไว้สำหรับงานคอนเสิร์ตครั้งถัดไป แล้วค่อย ๆ เพิ่มอย่างอื่นเมื่อมันกลายเป็นความเคยชิน เป้าหมายไม่ใช่การหลีกเลี่ยงเสียงทั้งหมด แต่เป็นการรู้ตัวว่ากำลังสัมผัสเสียงมากแค่ไหน และปรับให้อยู่ในระดับที่ร่างกายรับได้ในระยะยาว
โทร +66 2 748 1234 จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 น. หรือดูรายละเอียดการติดต่อได้ที่หน้าติดต่อเรา